[Short Fic]In My Mind 1 HBDProf.Snape
posted on 09 Jan 2012 00:02 by ice-dragonสเนปรักลิลี่...แม้เขาจะรักและมั่นใจว่ามันคือความรัก แต่เขาไม่อาจละทิ้งสิ่งที่ตนมีได้
ลิลี่รักสเนป...แม้เธอจะรักแต่เธอไม่อาจยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น
เจมส์รักลิลี่...แม้รู้ดีว่าความรู้สึกของเขาไม่ได้ลึกล้ำขนาดนั้นและขณะเดียวกัน...
เจมส์รักสเนป...แม้ความรู้สึกนั้นจะเบาบางจนสัมผัสแทบไม่ได้
ลิลี่รักเจมส์...แม้ส่วนลึกในใจบอกเธอว่าไม่ใช่ แต่เธอก็สัมผัสได้
สเนปรักเจมส์...แม้เขาจะมั่นใจว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกแบบนั้น แต่เขารู้สึกถึงมัน
แต่ทุกอย่างพังลงเพียงเพราะทางเดินที่ไม่เหมือนกัน
Fan fiction Harry Potter
Title: In My Mind
Author: Icedragon
Category: Drama
Pairing: SS/LE , JP/LE , JP/SS
Rating: PG
Spoilers: The Deathly Hallows
Disclaimer: เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และตัวละครจากในเรื่อง เป็นสิทธิสมบัติของ เจ เค โรวลิ่ง, วอร์เนอร์ บราส์, บลูมส์บิวรี่, นานมี, ฯลฯ
Summary: ในขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่มันเป็น...เสียงกรีดร้องที่ดังสะท้อนอยู่ในใจคืออะไร?
Author notes: ถึงจะบอกว่าJP/SSก็เถอะ แต่โดยส่วนตัวคิดว่ามันค่อนข้างจะเป็นในลักษณะของความรักแบบเพื่อนมากกว่า
Warning: หลุดคาแรคเตอร์ และอาจผิดไปจากเนื้อเรื่องหลักบางส่วนค่ะ
...สุขสันต์วันเกิดค่ะ ศาสตราจารย์สเนป....ทั้งๆที่เป็นฟิควันเกิดแท้ๆ....แต่มันกลายเป็นดราม่าไปได้ไงไม่รู้ค่ะTvT) อย่าสาปดิฉันเลยนะคะ
เรื่องทุกอย่างนั้นเริ่มจากตรงไหนกัน?
จุดเริ่มต้นมันอยู่ที่ไหน?
คำถามที่ถามตัวเองซ้ำๆ
เสียงที่ดังก้องสะท้อนตอบคำถามอยู่ในใจนั้น...
คือเสียงกรีดร้องของความเจ็บปวด
เมื่อสเนปกลับเข้ามาก็ไม่เห็นแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่ในห้องของเขา เขาไม่คิดว่าคนอย่างพอตเตอร์จะกล้าหนีเขาไปในตอนที่เขาไม่อยู่...เขาเชื่อว่าเด็กหยิ่งจองหองนั่นจะไม่มีวันที่ทำอะไรที่มันเสียศักดิ์ศรีให้เขาหัวเราะเยาะทีหลัง แต่เมื่อไร้ซึ่งเงาของพอตเตอร์แล้ว มันหายไปไหน
สเนปไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดนานเมื่อสายตาหันไปเจอกับอ่างเพนซิฟที่อยู่บนโต๊ะ
ความหวาดกลัวที่ไหลท้นท่วมเต็มบ่าที่สั่นสะท้าน
สเนปแทบจะกระโจนเข้าไปในอ่างเพนซิฟ และไม่ผิดจากที่เขาคาดไว้...ร่างของพอตเตอร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นกำลังจ้องมองดูเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเบื้องหน้า
และร่างของสเนปก็นิ่งค้างอยู่อย่างนั้น
เขาไม่อาจลืม...ถ้อยคำที่ตัวเขาในความทรงจำกำลังจะเอ่ยต่อจากนี้ไป ไม่มีทางลืม และคงจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต
บางที...แค่บางทีเท่านั้น
มีเสียงหนึ่งตะโกนตอบคำถามที่ไร้คำตอบ
เรื่องทุกอย่าง...มันเริ่มจากคำๆนี้มิใช่หรือ?
"เลือดสีโคลน!!"
เมื่อเอ่ยจบร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ ราวกับปีศาจที่สิงสู่ก่อนหน้าได้ออกจากร่าง ราวกับสติรับรู้กลับมาจากการครอบงำของความโกรธขึ้งและความอับอาย
ความรู้สึกของถ้อยคำที่ยังติดค้างอยู่ปลายลิ้นและริมฝีปาก ความหยาบคายที่กระแทกลึกลงไปในใจ
ไม่...ไม่...ไม่...ได้โปรดเถอะ ให้นี่เป็นเพียงความฝัน เป็นเพียงฝันร้าย
เขาไม่ได้เอ่ยมันออกไปใช่ไหม?
สเนปเงยหน้ามองลิลี่
เขายินดีแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแลกกับการย้อนกลับไปในเวลานั้น เขายินดีแลกทุกอย่าง
เพียงเพื่อลบเลือนสายตาเย็นชาที่เธอใช้ปรายตามองมา
เพื่อลบถ้อยคำที่เขาพลั้งปากเผลอพูดไป
หนึ่งวินาทียาวนานไม่ต่างจากหนึ่งชั่วโมง สเนปรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ตาของเขา แต่กลับไร้ซึ่งหยาดน้ำใดๆที่จะหยดลงมา เขาพยายามเค้นหาถ้อยคำในสมองอันว่างเปล่า แต่ก็ไร้ซึ่งถ้อยคำใดๆ นอกจากถ้อยคำโหดร้ายที่ดังก้องกลับไปมา
เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน
เลือดสีโคลน
เขาไม่อาจหาถ้อยคำใดๆเลย
"เออ ดี"เสียงของลิลี่แทรกผ่านคำร้ายกาจที่ดังก้องในสติ "ฉันจะไม่ยุ่งละคราวหน้า..."
เขาไม่อาจจับใจความอื่นได้อีกต่อไป
ฉันจะไม่ยุ่ง ฉันจะไม่ยุ่ง เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน ฉันจะไม่ยุ่ง ฉันจะไม่ยุ่ง เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน ฉันจะไม่ยุ่ง ฉันจะไม่ยุ่ง เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน ฉันจะไม่ยุ่ง ฉันจะไม่ยุ่ง
ราวกับปีศาจกระซิบเย้ยเยาะในความผิดพลาดของเขา ราวกับเสียงหัวเราะของมารซาตานที่ดังก้องไม่มีที่สิ้นสุด
ร่างกายของสเนปนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น และดวงตาก็ไร้ซึ่งแววใดๆ ร่างกายของเขาชาไปกับคำพูดของหญิงสาว และไม่อาจทำสิ่งใดได้อีกต่อไป
เจ็บปวดราวกับอะไรบางอย่างในอกมันแตกร้าว
ราวกับบางอย่างในอกมันถูกกระชาก
และร่างกายของเขาก็ไม่รับรู้อะไร ปิดกั้นทุกประสาทสัมผัส เขาพยายามดิ้นรนที่จะหายใจเข้า แต่ก็ร้าวรานเสียจนทรมาน
เขาไม่อยากหายใจอีกต่อไปแล้ว
"สนิฟเวลลัส"
เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลิลี่ได้ยินถ้อยคำดูถูกนี้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะออกมาจากปากเซเวอร์รัส ลิลี่กระพริบตาถี่กล้ำกลืนหยาดน้ำที่กำลังจะรินไหล ความเจ็บปวดดิ้นพล่านในอกประดังพร้อมกับความผิดหวัง
เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเอื้อนเอ่ยอะไรออกไป ริมฝีปากและลิ้นขยับราวกับปีศาจชักนำ ถ้อยคำที่ตนเป็นคนเอ่ยออกไปนั้น เธอเองก็จับใจความแทบไม่ได้ เมื่อในสมองก็ยังคงกรีดร้องถ้อยคำที่ทำให้เธอแสนจะทรมาน กว่าจะรู้สึกตัว...ถ้อยคำที่โหดร้ายไม่แพ้กันก็ออกจากปากเธอ
"สนิฟเวลลัส"
ราวกับสติกลับมาด้วยคำพูดนั้น ลิลี่ตกใจ และเมื่อหันไปมองดูเซเวอร์รัส ก็เห็นเพียงดวงตาที่ว่างเปล่าและใบหน้าซีดเผือด ร่างขาวซีดผอมแห้งในชุดคลุมสีดำที่ทรุดนั่งอยู่กับพื้นนั้น ดูราวกับจะค่อยๆเลือนลางและจางหายไป...เหมือนร่างนั้นไร้ซึ่งวิญญาณ เหมือนตุ๊กตาที่พังแตกสลาย
หัวใจราวกับหยุดเต้น
ลิลี่พยายามควบคุมสติ และบอกกับตัวเองว่าเข้าใจผิดไป
...เป็นเพราะถ้อยคำของเธอหรือ?
แต่ในที่สุด...ความโกรธก็เอาชนะเธอ
สเนปเองก็เรียกเธอว่าเลือดสีโคลน แล้วมันจะผิดตรงไหน ที่เธอจะเรียกเขาว่าสนิฟเวลลัส
เธอเพียงด่าเขาว่าขี้แย แต่เขาด่าเธอว่าเลือดสกปรก
เขาจะเจ็บปวดอะไรได้เท่าที่เธอเจ็บปวด!
และในที่สุด ลิลี่เพียงปล่อยให้ความโกรธครอบงำทุกอนูสติ...
กลบเสียงกรีดร้องที่ดังก้องลึกลงไปในใจ
ไม่ได้ยิน ไม่ได้ยิน ไม่ได้ยิน
สเนปไม่ได้เจ็บปวดอะไรทั้งนั้น
เธอไม่ได้ทำอะไรผิด
เซเวอร์รัสไม่ได้เจ็บปวดอะไรทั้งนั้น
ไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไม...ถึงรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างกำลังแตกร้าว
ลึกลงไปในใจ
ความรู้สึกบีบคั้นนี่มันคืออะไรกัน?
ความรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาดังๆนี่มันคืออะไรกัน?
"ขอโทษเอฟเวนส์ซะ!"เสียงของเจมส์ พอตเตอร์ดังขึ้นเรียกให้ลิลี่หันไปมอง เมื่อเห็นไม้กายสิทธิ์ที่ชี้ไปทางสเนปในใจของเธอก็กรีดร้อง อะไรบางอย่างกรีดร้องบอกเธอ
"ฉันไม่ต้องการให้เธอบังคับให้เขาขอโทษหรอก"เธอตะโกน ดังก้องไม่แพ้เสียงร้องห้ามในใจของเธอ อย่าแตะต้องเขา อย่าทำร้ายเขา.....อย่า!!! "เธอก็แย่พอๆกับเขานั่นละ"
อะไรบางอย่างในใจของเธอกำลังร้องไห้
เธอก็แย่พอๆกับเขานั่นละ
ถ้อยคำที่ตอกย้ำลึกลงไปในใจของเธอเอง
"อะไรนะ"เจมส์ร้องเสียงหลง "ฉันไม่เคยเรียกเธอว่า - - เธอก็รู้ว่าอะไรนั่นนะ"
เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน
สนิฟเวลลัส สนิฟเวลลัส สนิฟเวลลัส สนิฟเวลลัส สนิฟเวลลัส
ปีศาจร้ายกระซิบก้องอยู่ในหูของเธอ
ถ้อยคำที่เขา...ถ้อยคำที่สเนปเอื้อนเอ่ย
ถ้อยคำที่เธอเอื้อนเอ่ย
ลิลี่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าด่าตอบเจมส์ไปว่าอย่างไรบ้าง รู้แค่ว่าตะโกนสุดเสียง เท่าที่เสียงของเธอจะดังออกมา แต่กระนั้นเสียงก็ยังคงแผ่วเบา
เธออยากร้องไห้ เพราะคำที่เขาพูด หรือเพราะคำที่เธอพูดกันแน่
เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำไป
เลือดสีโคลน สนิฟเวลลัส
สเนปรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อถูกเวทมนตร์กระชากข้อเท้าขึ้นสูง และร่างของเขาก็พลิกกลับ สเนปไม่เหลือเรี่ยวแรงจะฝืนดึงดันหรือต่อต้านใดๆอีกต่อไป ได้แต่ทิ้งร่างไปตามแรงดึงของพื้นโลก
ไหล่ของเขาสั่นสะท้าน แต่ไม่มีใครมองเห็น เพราะเสื้อคลุมปิดบังเขาไว้จนสิ้น เขาสะอื้น แต่ไร้ซึ่งหยดน้ำตา
เจ็บปวดและทรมาน
เขาจะทำอย่างไร เขาต้องทำอย่างไร
ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม
ให้ได้ดวงตาคู่นั้นกลับคืนมา
ให้ได้มือคู่นั้นกลับคืนมา
ให้ได้รอยยิ้มนั้นกลับคืนมา
ให้ได้หญิงอันเป็นที่รักกลับคืนมา
แม้ภาพเบื้องหน้าจะเป็นเพียงภาพความทรงจำที่ผ่านมาแล้วเนิ่นนาน แต่ราวกับว่าทุกความทรงจำไม่ได้เลือนลางหายไป ทุกความเจ็บปวด ทุกความทรมานยังคงติดตรึงอยู่ในใจ สะกดร่างของเขาที่มองดูความทรงจำที่เคยเกิดขึ้น
สะกดเขานิ่งงัน ไม่ต่างจากเมื่อครั้งวัยเยาว์...ไม่ต่างกันเลย
สเนปเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของพอตเตอร์แน่นเท่าที่มืออันสั่นเทาของเขาจะมีแรง แต่เขาไม่รู้เลยว่ามันแรงมากแค่ไหน ราวกับร่างทั้งร่างชาสนิท มันอาจจะแผ่วเบาไม่ต่างจากเพียงแตะสัมผัส หรืออาจจะจับแน่นจนกระดูกแหลก สเนปไม่รู้เลย เขาเพียงใช้แรงทั้งหมดที่มีจับต้นแขนนั้น ก่อนจะกระชากดึง พาทั้งเขาและพอตเตอร์ออกจากเพนซิฟ
เขาไม่รู้เลยว่าใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วของเขาซีดลงไปเท่าไหร่ เขารู้เพียงดวงตาสีเขียวสวยหลังแว่นตานั้นตื่นตระหนกและหวาดกลัวเขา
เขาพูดอะไรไปบ้าง....เขาไม่รู้ เขาฉาบใบหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ลึกลงในใจนั้นสั่นสะท้าน
มีเพียงความเสียใจที่ลึกเกินหยั่ง
ความปวดร้าวและทรมาน
คำนั้นยังก้องสะท้อนอยู่ในใจ
คำที่เขาใช้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดของตัวเอง
เลือดสีโคลน
เขาพูดอะไรสักอย่าง...ด้วยสีหน้าแบบไหนกันนะ? พอตเตอร์ถึงได้พยายามดิ้นรนหลุดออกจากการจับกุมของเขาขนาดนั้น เขารู้แค่ว่าริมฝีปากของเขาสั่น และเมื่อมองลึกลงไปในดวงตาสีเขียวคู่นั้น
เขาเห็นความสงสารและความเข้าอกเข้าใจ
ความรู้สึกที่เขาไม่ต้องการ
ความรู้สึกที่ยิ่งตอกย้ำให้เขาสมเพชตัวเอง
อย่าใช้ดวงตาคู่นั้นมองเขาด้วยความสงสาร
เขาไม่มีสิทธิ์...ได้รับแม้เพียงความอ่อนโยนที่น้อยนิด
เขาไม่มีแม้แต่สิทธิ์...ที่จะคิดถึงเธอ - - ผู้เป็นที่รัก
เขาพูดอะไรสักอย่างนึง....เขาควรจะ- -เขาต้องพูดอะไรสักอย่าง
"เป็นคนชอบสนุกนี่ พ่อของเธอ ใช่ไหมล่ะ"
อย่ามองแบบนั้น...
เขาพูดอะไรไปด้วยน้ำเสียงแบบไหนนั้น...ไม่รู้เลย เขารับรู้แต่ดวงตาสีเขียวคู่นั้น สเนปเขย่าร่างพอตเตอร์ที่ยังคงพยายามมองเขา
"ผม- -ไม่ - -"
อย่ามอง
สเนปใช้กำลังเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงแฮร์รี่ ร่างนั้นทรุดลงไปกองกับพื้นเย็นเยือกของคุกใต้ดิน
หนาวเย็นไม่ต่างจากหัวใจของเขา
เขาเอ่ยปากไล่ ถ้อยคำอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้ตัว หูของเขาไม่ได้ยินเสียงของพอตเตอร์ ไม่รู้เลยว่าเจ้าเด็กนั่นพูดอะไร...เขารู้แค่ปากของเจ้าเด็กนั่นขยับรัวเร็ว เขาคว้าขวดโหลอะไรสักอย่าง ปาไล่หลังพอตเตอร์ไป...ด้วยมืออันสั่นเทา
สเนปใช้มือนั้นยกปิดหน้า
ใบหน้าของเขาแห้งผาก แม้ว่าใบหน้านั้นจะบิดเบี้ยวมากแค่ไหน แม้ร่างกายจะสั่นเทาและเขาตั้งต้นสะอื้น หากแต่ก็ไร้ซึ่งหยาดน้ำตา เขาสะอื้นจนตัวโยน และตั้งต้นกรีดร้องเสียงแผ่ว
แม้ว่าเสียงกรีดร้องนั้นจะดังก้องสะท้อนก้องคุกใต้ดิน แต่เสียงหนึ่งที่ดังก้องในใจของเขาสะท้อนกลับไปมาไม่ได้ต่างไปจากวันนั้นเลย
เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน เลือดสีโคลน
หากแต่ดวงตาที่ร้อนผ่าวนั้นก็ยังคงไร้น้ำตา
ไม่ต่างจากวันนั้น
.....
....
...
..
.
สเนปไม่รู้ว่าทุกอย่างมันจบลงอย่างไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกลั่นแกล้งที่โหดร้ายนั่นจบลงตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาจัดการตัวเองที่กองอยู่กับพื้นก่อนจะลุกขึ้นนั่งกอดเข่า ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นเดินกลับหอและฝังตัวเองไว้ในนั้น สเนปฝังใบหน้าของตัวเองกับเข่า เขาอยากร้องไห้ แต่ไม่มีหยดน้ำตาเลยแม้สักหยดเดียว
ความรู้สึกที่อัดแน่นทรมานอยู่ในอก ราวกับไม่ได้รับอนุญาตให้ระบายมันออกมากับหยาดน้ำตา
นั่นคือความทุกข์ทนที่เขาต้องแบกรับอย่างนั้นหรือ?
ขอโทษเธอ
เขาต้องขอโทษเธอ
นั่นคือทางเดียวที่จะเยียวยาหัวใจของเขา
นั่นคือทางเดียวที่เขาจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมา
ใช่ไหม?
"ฉันขอโทษ"
Tbc. in 30 January
"ฉันขอโทษ"
ในที่สุดก็แต่งไม่จบค่ะ /แย่มาก
แถมรู้สึกว่าทำไม่ได้อย่างที่ตัวเองคาดหวัง ใส่ความรู้สึกลงไปไม่หมดเท่าที่อยากจะใส่ มันน่าจะมากกว่านี้แต่ก็ทำได้แค่นี้
เหลือหลายซีนมากเลย จนในที่สุดก็ต้องตัดใจ ตัดเอามาเท่าที่จบแล้ว....คือ 4 ซีน....จาก 26ซีน=[]=!!! ดู.....มันค้างซะขนาดนี้ ขอต่อจนไปถึงวันเกิดของลิลี่(30/1)เลยละกันนะคะ ถ้ายังไม่จบอีกก็วันเกิดเจมส์ต่อไปเลยค่ะ (27/3) ถึงตอนนั้นเราก็ปิดเทอมแล้ว!!
สุดท้ายนี้
ศาสตราจารย์คะ....ฉันยอมรับว่าเหตุผลที่ฉันเริ่มสนใจคุณมันไม่ได้ดีเหมือนอย่างใครเขา
ฉันยอมรับว่าเพียงแค่บททดสอบบอกว่าฉันเหมือนกับคุณ...นั่นก็ทำให้ฉันสนใจคุณขึ้นมา
แต่ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะ ศาสตราจารย์...ฉันไม่ยอมแพ้ความรักที่คนอื่นมีให้คุณหรอกนะคะ
ฉันไม่ได้ชอบคุณตั้งแต่ภาค1 ฉันไม่ได้เชื่อใจคุณตั้งแต่ภาค1
แต่ฉันในตอนนี้...รักที่คุณเป็นคุณ...คุณไม่ต้องสวยอย่างที่ใครวาดฝันไว้ คุณไม่ต้องนิสัยดีอย่างที่ใครเขาคาดหวัง
ต่อให้คุณจะร้ายกาจมากกว่านี้หรืออัปลักษณ์มากกว่านี้....ฉันก็รักคุณค่ะ
เพราะฉะนั้น...กรุณา....มีความสุขและรักตัวเองมากกว่านี้สักนิดเถอะนะคะ
สุขสันต์วันเกิดค่ะ ศาสตราจารย์วิชาปรุงยา เซเวอร์รัส สเนป

